ทำไม สุนัขเกาหูตัวเองบ่อย

พฤติกรรมการเกาหูเป็นหนึ่งในพฤติกรรมตามธรรมชาติของสุนัข แต่ถ้าเราเริ่มสังเกตเห็นว่า สุนัขเกาหูไม่หยุด และรุนแรงมากขึ้นจนผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมสะบัดหัวร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ต้องเร่งแก้ไข

4 สาเหตุหลักที่ทำให้ สุนัขเกาหูไม่หยุด

ถ้าสุนัขที่เรารักมีพฤติกรรมเกาหูอย่างต่อเนื่อง อาจมีต้นตอมาจากสาเหตุสำคัญเหล่านี้

1. การติดเชื้อในช่องหู (Ear Infection)

เกิดขึ้นได้เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้นผิดปกติ เช่น แบคทีเรียชนิด Staphylococcus หรือในกรณีที่รุนแรงอาจพบเชื้อ Pseudomonas ซึ่งทำให้เกิดหนองและกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ยังมีเชื้อยีสต์กลุ่ม Malassezia ที่เป็นตัวการสำคัญทำให้สุนัขคันหูอย่างรุนแรง

สุนัขเกาหูไม่หยุด, สุนัขเกาหูตัวเองบ่อย

2. ไรในหู (Ear Mites)

ไร เป็นปรสิตขนาดเล็ก ชนิดที่พบได้บ่อยชื่อ Otodectes cynotis ซึ่งมีพฤติกรรมกินขี้หู และน้ำมันบนผิวหนังเป็นอาหาร ก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่องหูอย่างมาก มักพบในลูกสุนัข หรือสัตว์ที่เลี้ยงรวมกันจำนวนมาก ลักษณะเด่นคือ พบขี้หูสีน้ำตาลเข้ม หรือดำที่มีลักษณะแห้งคล้ายกากกาแฟ และติดต่อจากสัตว์ด้วยกันได้ง่ายมากผ่านการสัมผัส

3. ภาวะภูมิแพ้ (Allergies)

ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ส่วนผสมบางชนิดในอาหาร หรือการแพ้สิ่งแวดล้อม (Atopy) เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น และเชื้อรา ล้วนส่งผลให้ผิวหนังบริเวณใบหูเกิดการอักเสบ เมื่อมีอาการแพ้ ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีนออกมาจนนำไปสู่การเกาหูของสุนัขที่รุนแรงและอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

4. สิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรก (Foreign Bodies)

เมื่อสุนัขออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านอาจทำให้เศษหญ้า เมล็ดพืช ฝุ่นละออง หรือแมลงหลุดเข้าไปในรูหู สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะกระตุ้นให้สุนัขรู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรง จนต้องพยายามสะบัดหัวหรือเกาเพื่อเอาสิ่งที่ค้างอยู่ออกมา หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เยื่อแก้วหูอักเสบหรือฉีกขาดได้

สุนัขเกาหูไม่หยุด, สุนัขเกาหูตัวเองบ่อย

วิธีการดูแลและป้องกันเบื้องต้นเมื่อ สุนัขเกาหูไม่หยุด

เจ้าของสามารถดูแลน้องหมาเบื้องต้นได้ตามขั้นตอนดังนี้ เพื่อบรรเทาอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

1. หมั่นเช็ดทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

ใช้น้ำยาเช็ดหูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะหยดลงในช่องหูแล้วนวดที่โคนหูเบา ๆ เพื่อให้ขี้หูหลุดออกมา จากนั้นใช้สำลีสะอาดเช็ดออก

ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้คอตตอนบัดปั่นเข้าไปในรูหูลึกๆ เพราะจะยิ่งดันสิ่งสกปรกเข้าไปและอาจทำให้แก้วหูอักเสบหรือฉีกขาดได้

2. สังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิด

ตรวจเช็คว่ามีแผลแดง กลิ่นเหม็น หรือขี้หูที่มีลักษณะผิดปกติหรือไม่ หากพบว่าสุนัขมีอาการเจ็บปวดรุนแรงหรือเริ่มมีการทรงตัวผิดปกติขณะถูกสัมผัสหู ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีแทนการล้างหูเอง เพื่อป้องกันภาวะหูชั้นในอักเสบ

3. กำจัดปรสิตอย่างสม่ำเสมอ

ใช้ยาหยดหลัง หรือยากินป้องกันเห็บ หมัด และไรในหูเป็นประจำตามเวลาที่ถึงกำหนด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและมีเลขทะเบียนรับรองเท่านั้น เพื่อป้องกันอาการแพ้สารเคมีรุนแรง หรือสารพิษสะสมในร่างกาย

4. เช็ดหูให้แห้งเสมอ

หลังการอาบน้ำหรือว่ายน้ำต้องเช็ดหูให้แห้งสนิทเพื่อลดโอกาสการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ระหว่างอาบน้ำควรระวังไม่ให้น้ำไหลเข้าหูโดยตรง หรือใช้สำลีก้อนอุดหูไว้หลวม ๆ เพื่อป้องกันต้นเหตุของอาการหูอักเสบ

สรุป

แม้การเกาจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หาก สุนัขเกาหูไม่หยุด จนผิวหนังแดง มีเลือดออก หรือส่ายหัวบ่อยเกินไป นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย การใส่ใจสุขอนามัยในช่องหูเป็นประจำไม่เพียงแต่ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเรื้อรัง แต่ยังช่วยให้น้องหมามีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

บทความโดย

น้องลูกหมี

ข้อมูลอ้างอิง

College of Veterinary Medicine, Cornell University – Itchy ear problems

petMD – 6 Common Ear Problems in Dogs: How To Identify, Diagnose, and Treat Them

itch. – Why has my dog got itchy ears?


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ – 14 รูปแบบใบหูของสุนัข พร้อมชื่อเรียกเฉพาะ

รูปแบบใบหูของสุนัข