หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองในใจว่า เราคิดไปเองหรือเปล่าที่ สุนัขชอบเอาหน้ามาซุกตักเวลาเราเศร้า หรือตอนที่เรากำลังร้องไห้ หรือกำลังเผชิญหน้ากับความเครียด ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า สุนัขสามารถรับรู้ เข้าใจ และสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก
สุนัขรับรู้อารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างไร
รับรู้ผ่านกลิ่นฮอร์โมน: เวลาที่มนุษย์เครียด เสียใจ หรือเศร้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง คอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ซึ่งสุนัขที่มีจมูกไวต่อกลิ่นสามารถดม และรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางเคมีนี้ได้อย่างรวดเร็ว
การจับน้ำเสียงและภาษาท่าทาง: สุนัขมีความสามารถมากพอที่จะแยกแยะน้ำเสียงโทนต่ำ เสียงสะอื้น หรือแม้กระทั่งท่าทางที่ห่อเหี่ยว (เช่น การนั่งก้มหน้า กอดเข่า) ของเจ้าของได้
การสบตาเชื่อมความรู้สึก: ผลวิจัยพบว่า เมื่อสุนัขจ้องมองมนุษย์ ร่างกายของทั้งคู่จะหลั่งสาร ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ทำให้พวกเขารับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือพวกเดียวกัน และกำลังต้องการพลังงานบวก

เหตุผล ทำไม สุนัขชอบเอาหน้ามาซุกตักเวลาเราเศร้า
พฤติกรรม “การเอาหน้ามาซุกตัก” หรือ “เอาหัวมาเกย” ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพฤติกรรมสะท้อนจิตวิทยาสุนัขที่ลึกซึ้ง ดังนี้
พยายามปลอบโยนและส่งต่อพลังงาน (Contagious Empathy)
ในทางจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Emotional Contagion (การติดเชื้อทางอารมณ์) สุนัขอยู่ร่วมกับมนุษย์มานานนับหมื่นปีจนพัฒนาสมองส่วนหน้าให้สามารถ “ซึมซับ” ความรู้สึกของเจ้าของได้ เมื่อคุณนั่งร้องไห้ จิตใจของสุนัขจะรู้สึกไม่มั่นคงตามไปด้วย แต่แทนที่เขาจะเดินหนี สัญชาตญาณความผูกพันจะขับเคลื่อนให้เขาเข้าหา การเอาหน้ามาซุกตักคือการพยายามใช้ร่างกายของเขาทำหน้าที่เป็น “ผ้าห่มอุ่นๆ” เพื่อประคองจิตใจของคุณ
การแสดงความผูกพันและปกป้อง (Affection and Protection)
ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์ เมื่อสุนัขเอาหน้า หรือหัวมาซุกไว้บนตัก หรือใต้แขน เป็นการแสดงออกถึงความไว้วางใจขั้นสูงสุด (Vulnerability) และในทางกลับกัน นี่คือการแสดงความครอบครองและปกป้องด้วย พวกเขาต้องการแสดงตัวว่า “ในวันที่คุณอ่อนแอที่สุด ฉันจะเป็นโล่กำบังให้คุณเอง” การเอาตัวมาแนบชิดจะช่วยลดระยะห่าง และสร้างเกราะกำบังความรู้สึกแย่ ๆ ให้กับคุณ
การเรียกร้องความสนใจเพื่อเปลี่ยนเบี่ยงเบนความสนใจ (Distraction Strategy)
สุนัขเป็นสัตว์ที่อยู่กับปัจจุบัน พวกเขาไม่เข้าใจหรอกว่าคุณกำลังอกหัก ตกงาน หรือเครียดเรื่องเงิน แต่พวกเขาพิจารณาจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้วว่า “ความเงียบและความเศร้านี้ไม่ดีต่อจ่าฝูงเลย” พวกเขาจึงใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการเอาหน้าซุก ดันมือคุณขึ้น หรือส่งสายตาออดอ้อน เพื่อบังคับให้คุณต้องละสายตาจากความทุกข์ หันมาโฟกัสที่ความน่ารักของเขาแทน
สัญชาตญาณสัตว์ฝูงกับการแชร์ความอบอุ่น (Pack Comforting)
ในป่า สุนัขหรือหมาป่าจะอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อมีสมาชิกในฝูงบาดเจ็บ ป่วย หรืออ่อนแอ ตัวอื่น ๆ ในฝูงจะไม่ทอดทิ้ง แต่จะเข้ามานอนเบียด หรือนอนรวมกัน เพื่อแบ่งปันความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกาย และป้องกันไม่ให้ตัวที่อ่อนแอถูกโจมตี เมื่อคุณเศร้า น้องหมาจึงมองว่าคุณคือสมาชิกในฝูงที่กำลัง “บาดเจ็บทางใจ” เขาจึงต้องรีบเข้ามาทำหน้าที่ตามสัญชาตญาณของฝูงทันที

ประโยชน์ของการกอดและลูบคลำสุนัขในวันที่เศร้า
ไม่ใช่แค่ฝั่งสุนัขเท่านั้นที่พยายามเดินเข้ามาหยิบยื่นความรู้สึกดี ๆ ให้เรา ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และการวิจัยด้านประสาทวิทยา มีข้อพิสูจน์ว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของเราเมื่อสุนัขเอาหน้ามาซุกตัก แล้วเราเอื้อมมือไปกอดหรือลูบตัวพวกเขา การกระทำนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองของมนุษย์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การลดระดับฮอร์โมนความเครียดแบบทันที (Instant Cortisol Drop)
การทดสอบทางการแพทย์พบว่า เพียงแค่เราลูบหัวหรือกอดสุนัขเป็นเวลา 10-15 นาที ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเราเครียด ความดันโลหิตสูง และความวิตกกังวล จะลดลงอย่างรวดเร็ว
กระตุ้นสารแห่งความสุข (The Happy Chemicals)
การสัมผัสขนที่นุ่มนวลและรับรู้อุณหภูมิร่างกายที่อบอุ่นของสุนัข จะช่วยกระตุ้นให้สมองของเราหลั่ง Oxytocin (ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน), Serotonin (สารต้านซึมเศร้า) และ Dopamine (สารแห่งความพึงพอใจ) ออกมาพร้อม ๆ กัน เราจึงรู้สึกสบายใจขึ้นและหยุดร้องไห้ได้ง่ายขึ้น
บำบัดภาวะสมาธิสั้นและความฟุ้งซ่าน
ในขณะที่เรากำลังเศร้า จิตใจของเราจะคิดฟุ้งซ่านไปอดีตหรืออนาคต แต่แรงกดเบา ๆ จากหัวของสุนัขที่ซุกอยู่บนตัก จะช่วยดึงสติของเราให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทำให้จิตใจที่กำลังฟุ้งซ่านค่อย ๆ สงบลง

สัญญาณน้องหมาซุกตักเพราะ “เขาเศร้าเอง” ไม่ใช่เพราะปลอบเรา
แม้ว่าส่วนใหญ่การซุกตักจะเป็นการปลอบโยน แต่ในฐานะเจ้าของ เราต้องแยกแยะให้ออกด้วยว่า บางครั้งพฤติกรรมนี้อาจเป็นการ “ร้องขอความช่วยเหลือ” จากตัวสุนัขเอง เพราะพวกเขาก็สามารถเผชิญภาวะเครียด วิตกกังวล หรือเจ็บปวดได้เช่นกัน ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ควบคู่ไปด้วย
มีอาการสั่นร่วมด้วย (Trembling)
ถ้าพวกเขาเอาหน้ามาซุกตักแล้วตัวสั่นเทา หูตก หางจุกก้น นั่นแปลว่าเขาไม่ได้มาปลอบคุณ แต่เขากำลังกลัวอะไรบางอย่าง เช่น เสียงฟ้าร้อง เสียงพลุ หรือคนแปลกหน้า และมองว่าคุณคือที่พึ่งเดียวของเขา
ซุกหน้าแบบหลบสายตาและเซื่องซึม
หากในเหตุการณ์ปกติ พวกเขาเป็นสุนัขที่ร่าเริงและเต็มไปด้วยพลัง แต่จู่ ๆ กลับเดินมาซุกหน้านิ่ง ๆ ไม่ยอมกินข้าว ไม่เล่น และดูไร้เรี่ยวแรง อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเขากำลังป่วยหรือมีอาการเจ็บป่วยภายในร่างกาย
พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจที่มากเกินไป (Separation Anxiety)
หากเขาซุกตักแทบจะตลอดเวลา เดินตามทุกฝีก้าวเมื่อคุณขยับตัว อาจเป็นสัญญาณของ “โรคตื่นตระหนกเมื่อต้องอยู่ลำพัง” ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมที่ต้องแยกจากเจ้าของ

วิธีตอบรับเมื่อสุนัขเอาหน้ามาซุกตัก เพื่อส่งต่อ “ความรัก” กลับคืนไป
ในเมื่อสุนัขทำหน้าที่เป็นนักบำบัดสี่ขาคอยปลอบใจเราแล้ว การตอบสนองของเราที่ถูกต้องจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และช่วยให้เขารับรู้ว่าเรารับทราบถึงความหวังดีของเขาแล้ว
เกาและลูบใน “จุดโปรด”
บริเวณใต้คาง โคนหู และอกด้านหน้า คือจุดที่สุนัขชอบให้สัมผัสมากที่สุด การลูบเบา ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอจะช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจของทั้งคุณและเขาสงบลงพร้อม ๆ กัน
ใช้โทนเสียงที่อ่อนโยน
แม้ว่าคุณจะยังรู้สึกเศร้าอยู่ แต่การพยายามพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล และโทนเสียงที่สูงกว่าปกติเล็กน้อย จะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลา ยและรับรู้ว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว
หลีกเลี่ยงการกอดรัดที่แน่นจนเกินไป
เมื่อเรากำลังเศร้าหรือร้องไห้ เรามักจะเผลอกอดน้องหมาแน่น ๆ ด้วยความอบอุ่น แต่สำหรับสุนัขบางตัว การถูกล็อกตัวหรือกอดแน่นเกินไปอาจทำให้เขารู้สึกอึดอัด และเครียดได้ ให้เน้นการลูบ และการปล่อยให้เขาเอาตัวมาพิงเราตามธรรมชาติจะเป็นการแสดงออกที่เหมาะสมที่สุด
สรุปพฤติกรรม สุนัขชอบเอาหน้ามาซุกตักเวลาเราเศร้า
สุดท้ายนี้ พฤติกรรมที่สุนัขชอบเดินเข้ามาเอาหน้าซุกตักเวลาที่เราเศร้า ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่แค่สัญชาตญาณสัตว์ป่าธรรมดา ๆ แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า “สุนัขไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง… แต่พวกเขาคือสมาชิกในครอบครัวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณและรับรู้ทุกความรู้สึกของเราอย่างแท้จริง
บทความโดย
น้องลูกหมี
ข้อมูลอ้างอิง
Albuquerque, N., et al. Dogs recognize dog and human emotions.
Buttner, A. P., et al. Evidence for a synchronization of hormonal states between humans and dogs during competition.
Kattenstette, M., et al. A Scoping Review on Salivary Oxytocin and Vasopressin Measurement in the Dog.
Petersson, M., et al. The Role of Oxytocin in the Dog–Owner Relationship.
Psychology Today. Emotional Contagion From the Heart Between Humans and Dogs.
University of Bristol. Smell of human stress affects dogs’ emotions leading them to make more pessimistic choices.
Sundman, T., et al. Emotional Contagion From Humans to Dogs Is Facilitated by Duration of Ownership.
เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ – เมื่อเจ้าของเครียด สุนัขก็เครียดตามไปด้วย
