เรากำลังแชร์บ้านอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด หรือเมินเก่งที่สุดกันแน่? ในโลกของวิทยาศาสตร์พฤติกรรมสัตว์ มีการพิสูจน์แล้วว่าระบบประสาทการรับรู้เสียงของแมวนั้นเฉียบคมมาก พวกเขารู้ดีว่า คำไหนคือชื่อตัวเอง และใครกำลังเรียก แต่ แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก ราวกับเราไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
พฤติกรรมหูทวนลมนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ได้ยิน แต่มีรากฐานมาจากจิตวิทยา สัญชาตญาณนักล่าเดี่ยว และรูปแบบความสัมพันธ์ ที่หล่อหลอมผ่านพฤติกรรมของตัวเจ้าของโดยไม่รู้ตัว

ทำไม แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก
ความจริงแล้ว แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีระบบประสาทการรับรู้ที่เฉียบคมมาก พวกเขาสามารถจดจำเสียงดั้งเดิมของเจ้าของได้อย่างแม่นยำ และแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า คำไหนคือชื่อของตัวเอง ดังนั้น เมื่อเราส่งเสียงเรียก แล้วเจ้าเหมียวทำนิ่งเฉย ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลมาจากกระบวนการคิด จิตวิทยา และสัญชาตญาณเฉพาะตัวเหล่านี้ต่างหาก:
สัญชาตญาณสัตว์ป่านักล่าเดี่ยว
บรรพบุรุษของแมว (แมวป่าแอฟริกัน) พึ่งพาตนเองในการล่าและเอาชีวิตรอด ต่างจากสุนัขที่อยู่เป็นฝูง และต้องเชื่อฟังจ่าฝูงเพื่อความอยู่รอด แมวป่าจึงไม่ถูกหล่อหลอมมาเพื่อ “รับฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง” ของใคร พวกเขาทำสิ่งต่าง ๆ ตามความพึงพอใจของตนเอง และไม่มีสัญชาตญาณในการประจบเพื่อเอาใจมนุษย์
สมองกำลังโฟกัสกับ “โลกของแมว”
แม้เราจะเห็นเขานอนหลับตาพริ้มหรือนั่งนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ประสาทสัมผัสของแมวกำลังทำงานอย่างหนัก พวกเขาอาจกำลังฟังเสียงนกนอกหน้าต่าง เฝ้าระวังกลิ่นแปลกปลอม หรือสัมผัสถึงความสั่นสะเทือนในบ้าน การส่งเสียงเรียกของมนุษย์ในเวลาที่พวกเขากำลังยุ่งกับกิจกรรมเหล่านั้น จึงมักถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ท้ายสุด

การประเมินความคุ้มค่า
แมวเป็นสัตว์ที่ฉลาดและใช้เหตุผลสูงมาก เมื่อได้ยินเสียงเรียก สมองของพวกเขาจะประมวลผลทันทีว่า “หากเดินไปหาตอนนี้ ฉันจะได้อะไรตอบแทน” ถ้าประเมินแล้วว่าเดินไปก็แค่โดนกอด โดนฟัด หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาก็จะเลือกนอนอยู่ที่เดิมเพื่อประหยัดพลังงาน
ความทรงจำเชิงลบในอดีต
หากคุณมีพฤติกรรมชอบเรียกชื่อแมวเฉพาะตอนที่จะจับไปทำเรื่องที่พวกเขาเกลียด เช่น เรียกมาเพื่อจับใส่ตะกร้าไปหาหมอ เรียกมาอาบน้ำ เรียกมาเช็ดหู ตัดเล็บ หรือเรียกมาเพื่อดุตอนทำผิด แมวจะสร้างทัศนคติระแวงทันทีว่า “เสียงเรียกชื่อ = เรื่องแย่ๆ กำลังจะมา” และเลือกที่จะนิ่งเฉยเพื่อความปลอดภัย
พฤติกรรมที่ยิ่งกระตุ้นให้แมวเมินและเดินหนี
การวิ่งไล่จับหรือจู่โจมเมื่อเรียกแล้วไม่มา:
เมื่อเรียกแล้วแมวไม่หัน ทาสหลายคนชอบใช้วิธีเดินดุ่ม ๆ เข้าไปอุ้มหรือต้อนให้จนมุม พฤติกรรมนี้จะทำให้แมวรู้สึกอึดอัด ถูกคุกคาม และมองว่าคุณกำลังทำลายระยะปลอดภัยของพวกเขา ในครั้งต่อไปพวกเขาจะยิ่งวิ่งหนีไปซ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก
การตื๊อและส่งเสียงดังรบกวนมากเกินไป:
การตะโกนเรียกชื่อซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น หรือเดินไปเซ้าซี้ตอนที่แมวกำลังนอนพักผ่อน จะทำให้แมวเกิดความเครียดและรำคาญ ส่งผลให้พวกเขาสร้างกำแพงและเลือกที่จะเมินเฉยคุณหนักกว่าเดิมเพื่อเป็นการตัดรำคาญ

4 ขั้นตอนฝึกและรับมือ เปลี่ยนแมวเมินให้หันมาหาอย่างเต็มใจ
หากต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชอบเมินให้เป็นความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ เจ้าของสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคตามหลักจิตวิทยาการปรับพฤติกรรมเชิงบวก (Positive Reinforcement) เพื่อฝึกฝนร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ ต่อไปนี้
ฝึกคำสั่งขานรับด้วย “รางวัลมูลค่าสูง”
อย่าคาดหวังให้แมวเดินมาหาด้วยความรักเพียงอย่างเดียว ให้เริ่มต้นฝึกโดยเตรียมขนมแมวเลีย ขนมฟรีซดราย หรือของโปรดที่ปกติไม่ค่อยได้กิน ยืนห่างจากแมวในระยะสายตา เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสดใส ทันทีที่เขากระดิกหู หันหน้ามามอง หรือก้าวเดินมาหาแม้เพียงก้าวเดียว ให้รีบป้อนขนมทันทีพร้อมคำชมว่า “เก่งมาก” ทำซ้ำ ๆ วันละ 3-5 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนทัศนคติในหัวของเขาให้กลายเป็น “ได้ยินชื่อตัวเอง = ขนมสุดอร่อย”
ใช้จิตวิทยา “โทนเสียงสูงและสั้นกระชับ”
ผลการวิจัยพฤติกรรมสัตว์ระบุว่า แมวมีการตอบสนองต่อคลื่นความถี่เสียงสูงของผู้หญิงได้ดีกว่าเสียงต่ำทุ้มของผู้ชาย ดังนั้นเวลาเรียกชื่อแมว ให้ทิ้งโทนเสียงพูดปกติไปก่อน แล้วใช้ “เสียงสอง เสียงสาม” ที่มีความสูง สดใส และเอ็นดู นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการบ่นยาว ๆ แต่ใช้คำสั้น ๆ ที่กระชับและสม่ำเสมอ แทนการพูดประโยคยาว ๆ ที่ทำให้แมวสับสน
ฝึกกฎ “ห้ามใช้ชื่อในสถานการณ์เชิงลบ”
ลบล้างความระแวงในใจแมวด้วยการตั้งกฎเหล็กว่า “ห้ามเรียกชื่อแมวเด็ดขาดหากจะทำเรื่องที่เขาไม่ชอบ” หากถึงเวลาต้องพาไปหาหมอ ตัดเล็บ หรือป้อนยา ให้คุณใช้วิธีเดินเข้าไปอุ้มเขาเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงเรียกชื่อล่วงหน้า เพื่อประคองให้ชื่อของเขายังคงเป็น “คำศักดิ์สิทธิ์” ที่ได้ยินเมื่อไหร่ก็มีแต่เรื่องดี ๆ และความปลอดภัยเสมอ
อ่านภาษากายและยอมรับ “การขานรับในแบบของแมว”
มนุษย์เรามักคาดหวังให้แมวเดินเข้ามาคลอเคลียเหมือนสุนัข แต่ในโลกของแมว การที่เขาขยับใบหูหันมาทางเสียง การปัดปลายหางไปมาบนพื้น หรือการกะพริบตาให้เราช้า ๆ (Slow Blink) จากระยะไกล นั่นคือการขานรับว่า “รับทราบแล้วมนุษย์” อย่างเป็นทางการแล้ว หากเขาทำสัญญาณเหล่านี้ ให้เราพอใจและหยิบยื่นความรักให้จากระยะที่เขาต้องการ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปบังคับอุ้ม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่เคารพซึ่งกันและกัน

สรุปเรื่องราว แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก
การที่แมวเลือกจะนิ่งเฉยเมื่อได้ยินเสียงเรียก ไม่ใช่เครื่องวัดระดับความรักที่พวกเขามีต่อเรา แต่เป็นเพียงการแสดงออกถึงตัวตนที่รักอิสระตามธรรมชาติของสายพันธุ์
การยอมรับจังหวะชีวิตและเคารพในภาษากายของเจ้าเหมียว โดยไม่ใช้วิธีบังคับฝืนใจ ควบคู่ไปกับการมอบรางวัลเชิงบวกในทุกความร่วมมือ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยทลายกำแพงความระแวงลงได้
เมื่อใดที่ความเชื่อใจระหว่างเรากับแมวถูกเติมเต็มอย่างถูกวิธี น้องแมวจอมเชิดตัวเดิมก็จะพร้อมเปิดใจ และหันกลับมาส่งสัญญาณตอบรับด้วยความเต็มใจในทุก ๆ ครั้งที่เราเรียกชื่ออย่างแน่นอน
บทความโดย
น้องลูกหมี
ข้อมูลอ้างอิง
petMD – Why Does My Cat Ignore Me?
Amor Animal Hospital – Why Does My Cat Ignore Me? What It Really Means About Your Bond
เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ – ฝึกแมวเดินสายจูง ได้หรือไม่ ยากหรือง่าย ไปเรียนรู้พร้อมกันค่ะ
