แมว
- Home
- แมว
ทำไม แมวร้องตลอดเวลา
สำหรับคุณพ่อคุณแม่น้องแมว เสียงร้อง “เหมียว” เบา ๆ เป็นสัญญาณแห่งความน่ารัก และความน่าเอ็นดู เหมือนเรากำลังถูกอ้อน ในทางตรงกันข้าม เมื่อ แมวร้องตลอดเวลา ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างไร้สาเหตุ หรือมีอาการส่งเสียงร้องดังโวยวายผิดปกติ พฤติกรรมเหล่านี้ อาจสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มากกว่า และทำให้เราวิตกกังวลได้ว่า กำลังเกิดความผิดปกติใด ๆ ขึ้นกับแมวน้อยลูกรักของเรา หรือไม่ เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ซ่อนความรู้สึก และอาการป่วยได้เก่งมาก การส่งเสียงร้องผิดปกติจึงเป็นหนึ่งในสัญญาณที่พวกเขากำลังสื่อสารกับเรา ดังนั้น ถ้าแมวร้องตลอดเวลาและต่อเนื่อง อาจหมายถึงฤติกรรมที่เราจำเป็นต้องหาสาเหตุ เพื่อความปลอดภัยของแมว และความสงบสุขภายในบ้าน เข้าใจธรรมชาติของเสียงแมวร้อง นักวิทยาศาสตร์พบว่า แมวป่าตามธรรมชาติแทบไม่สื่อสารกันโดยการใช้เสียงร้องเลย แต่สื่อสารกันด้วยภาษากาย (Body Language) และการแสดงออกผ่านกลิ่น (Scent Marking) เช่น ถ้ามีแมวตัวอื่นเข้ามาในอาณาเขตของตัวเอง ก็จะใช้การการขู่ฟ่อ (Hissing) เพื่อขับไล่แมวที่บุกรุกออกไปนอกอาณาเขต หรือส่งเสียงเพอร์ (Purring) เมื่อรู้สึกสบายใจ ส่วนการส่งเสียงร้อง “เหมียว” ในโทนแหลมสูง จะเกิดขึ้นในช่วงวัยที่เป็นลูกแมวแรกเกิด เพื่อเป็นการส่งเสียงเรียกแม่แมวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เสียงร้องเหมียว ๆ ที่เราได้ยินกันจนชินในชีวิตประจำวัน เป็นพฤติกรรมที่ […]
อ่านต่อสุนัขและแมวมีกรุ๊ปเลือดเหมือนคน หรือไม่
เมื่อเราเข้ารับการตรวจร่างกาย หรือบริจาคโลหิต สิ่งสำคัญประการแรกที่ต้องทราบคือ “หมู่โลหิต” หรือกรุ๊ปเลือดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบ ABO (A, B, O, AB) หรือระบบ Rh แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงของเราล่ะ “สุนัขและแมวมีกรุ๊ปเลือดเหมือนคน หรือไม่” หากวันหนึ่งสัตว์เลี้ยงแสนรักเกิดเจ็บป่วยเฉียบพลัน ประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนสูญเสียเลือดในภาวะวิกฤต หรือจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ พวกเขาจะสามารถรับบริจาคโลหิตจากตัวอื่นได้ทันทีเหมือนมนุษย์หรือไม่? และสัตวแพทย์มีกระบวนการตรวจสอบระบบโลหิตของสัตว์เลี้ยงอย่างไร? ข้อมูลเหล่านี้ ถือเป็นข้อจำกัดสำคัญ ที่คุณพ่อคุรแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจ เพื่อเตรียมความพร้อม และช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้อย่างทันท่วงที สุนัขและแมวมีกรุ๊ปเลือดเหมือนคน หรือไม่? คำตอบในทางสัตวแพทย์ คือ “ไม่เหมือนกัน” แม้ระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีหน้าที่ทางชีววิทยาพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน เช่น การลำเลียงออกซิเจน สารอาหาร แร่ธาตุ และการส่งต่อระบบภูมิคุ้มกันไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่โครงสร้างในระดับโมเลกุลมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ “แอนติเจน” (Antigen) หรือสารบ่งชี้หมู่เลือดที่เกาะอยู่บนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งสามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้ ระบบหมู่โลหิตของมนุษย์ ใช้ระบบจำแนกหลักที่เรียกว่า ABO System (แบ่งเป็นหมู่เลือด A, B, AB และ […]
อ่านต่อทำไม แมวสูงวัยน้ำหนักลดลง
เมื่อแมวแสนรักก้าวเข้าสู่ช่วงสูงวัย (อายุ 7-10 ปีขึ้นไป) สิ่งหนึ่งที่ทาสแมวมักจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือ “แมวสูงวัยน้ำหนักลดลง” จนบางครั้งลูบคลำ ตัวไปแล้วเจอแต่กระดูก จนสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ไม่น้อย แมวสูงวัยน้ำหนักลดลง เกิดจากอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของอายุที่มากขึ้น หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของพวกเขา จะช่วยให้เราหาวิธีรับมือได้อย่างถูกต้อง วิธีประเมินหุ่น และน้ำหนักแมวสูงวัย ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเจาะลึกถึงสาเหตุ เจ้าของควรเรียนรู้วิธีประเมินเบื้องต้นว่า อาการคงตัวหรือการลดลงของน้ำหนักในสุนัขและแมวนั้นเข้าขั้นวิกฤตแล้วหรือไม่ โดยในทางการสัตวแพทย์จะใช้เกณฑ์มาตรฐานที่เรียกว่า BCS (Body Condition Score) หรือ คะแนนสภาพร่างกาย ซึ่งเจ้าของสามารถประเมินอย่างง่ายได้ด้วย 3 หลักเกณฑ์ การสังเกตจากมุมมองด้านบน (Top View) ให้ยืนมองแมวจากด้านบนลงมา ในแมวที่หุ่นปกติ (คะแนน 3/5) จะเห็นเอวคอดเข้าไปเล็กน้อยคล้ายนาฬิกาทราย แต่ถ้าเป็นแมวที่ผอมเกินไป (คะแนน 1-2/5) เส้นหลังจะเห็นเป็นแนวกระดูกชัดเจน เอวคอดกิ่วจนดูแห้ง การคลำตรวจและสัมผัส (Palpation) ใช้ฝ่ามือลูบ บริเวณซี่โครงและกระดูกสันหลัง หากเป็นแมวหุ่นดี จะสัมผัสได้ถึงชั้นไขมันบางๆ กั้นอยู่ แต่หากลูบแล้วเจอแต่ซี่โครงแข็งๆ ทันที ไม่มีชั้นไขมัน […]
อ่านต่อทำไม แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก
เรากำลังแชร์บ้านอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด หรือเมินเก่งที่สุดกันแน่? ในโลกของวิทยาศาสตร์พฤติกรรมสัตว์ มีการพิสูจน์แล้วว่าระบบประสาทการรับรู้เสียงของแมวนั้นเฉียบคมมาก พวกเขารู้ดีว่า คำไหนคือชื่อตัวเอง และใครกำลังเรียก แต่ แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก ราวกับเราไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น พฤติกรรมหูทวนลมนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ได้ยิน แต่มีรากฐานมาจากจิตวิทยา สัญชาตญาณนักล่าเดี่ยว และรูปแบบความสัมพันธ์ ที่หล่อหลอมผ่านพฤติกรรมของตัวเจ้าของโดยไม่รู้ตัว ทำไม แมวชอบเมินเวลาเจ้าของเรียก ความจริงแล้ว แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีระบบประสาทการรับรู้ที่เฉียบคมมาก พวกเขาสามารถจดจำเสียงดั้งเดิมของเจ้าของได้อย่างแม่นยำ และแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า คำไหนคือชื่อของตัวเอง ดังนั้น เมื่อเราส่งเสียงเรียก แล้วเจ้าเหมียวทำนิ่งเฉย ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลมาจากกระบวนการคิด จิตวิทยา และสัญชาตญาณเฉพาะตัวเหล่านี้ต่างหาก: สัญชาตญาณสัตว์ป่านักล่าเดี่ยว บรรพบุรุษของแมว (แมวป่าแอฟริกัน) พึ่งพาตนเองในการล่าและเอาชีวิตรอด ต่างจากสุนัขที่อยู่เป็นฝูง และต้องเชื่อฟังจ่าฝูงเพื่อความอยู่รอด แมวป่าจึงไม่ถูกหล่อหลอมมาเพื่อ “รับฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง” ของใคร พวกเขาทำสิ่งต่าง ๆ ตามความพึงพอใจของตนเอง และไม่มีสัญชาตญาณในการประจบเพื่อเอาใจมนุษย์ สมองกำลังโฟกัสกับ “โลกของแมว” แม้เราจะเห็นเขานอนหลับตาพริ้มหรือนั่งนิ่ง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ประสาทสัมผัสของแมวกำลังทำงานอย่างหนัก พวกเขาอาจกำลังฟังเสียงนกนอกหน้าต่าง เฝ้าระวังกลิ่นแปลกปลอม หรือสัมผัสถึงความสั่นสะเทือนในบ้าน […]
อ่านต่อเจาะลึกความลับ “ปรสิตในแมว” บงการสมอง
วิวัฒนาการการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ของสัตว์เลี้ยง “แมวบ้าน” จัดเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์ในระดับพฤติกรรม และระบบนิเวศอย่างน่าสนใจ แม้ความผูกพันนี้จะอธิบายด้วยเหตุผลด้านความสวยงาม หรือลักษณะนิสัยของแมว แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ถึงทฤษฎีที่ซับซ้อนกว่านั้น โดยเฉพาะบทบาทของเชื้อ Toxoplasma gondii ซึ่งเป็น ปรสิตในแมว ที่อาจมีอิทธิพลต่อปฏิสัมพันธ์นี้มาอย่างยาวนาน บทความนี้จะไปดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการปรับตัวเข้าสู่สังคมเมืองของแมว ไปจนถึงกลไกทางชีวภาพที่ปรสิตใช้ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของโฮสต์อย่างมีนัยสำคัญ 1. จากสัญชาตญาณสัตว์ป่าสู่การปรับตัวในสังคมเกษตรกรรม กระบวนการที่แมวป่าเปลี่ยนผ่านมาเป็นแมวบ้านเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน ในช่วงที่มนุษย์เริ่มปฏิวัติเกษตรกรรม การกักเก็บธัญพืชปริมาณมากดึงดูดประชากรหนูให้เข้ามาในพื้นที่เก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ดึงดูดแมวป่าแอฟริกา (Felis lybica) เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานใกล้ชุมชนมนุษย์เพื่อหาอาหาร ในเชิงวิวัฒนาการ แมวกลุ่มที่เริ่มเข้าหามนุษย และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี จะมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า จึงนำไปสู่การคัดเลือกโดยธรรมชาติ ที่ค่อย ๆ ลดความเป็นสัตว์ป่าดุร้าย จนเกิดเป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันอย่างแน่นแฟ้น อย่างไรก็ตาม ความใกล้ชิดที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่กระจายสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่แฝงมากับแมว 2. วงจรชีวิตของ Toxoplasma gondii ปรสิตในแมว ที่มาพร้อมความใกล้ชิด เมื่อแมวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ เชื้อ Toxoplasma gondii ที่อาศัยในแมว จึงได้โอกาสขยายขอบเขตการแพร่กระจายไปตามการเคลื่อนที่ของโฮสต์ ปรสิตชนิดนี้มีวงจรชีวิตที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ล่า และเหยื่อ โดยมีวงจรชีวิตดังนี้ 3. ผลกระทบของปรสิตต่อพฤติกรรมและระบบร่างกาย […]
อ่านต่อMinoxidil อันตรายต่อแมว อย่างไร
minoxidil อันตรายต่อแมว แม้เพียงปริมาณเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจ และปอดของน้องแมว จนเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว Minoxidil (มิโนซิดิล) เดิมทีถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นยาสำหรับความดันโลหิตสูง (Vasodilator) โดยมีหน้าที่หลักคือการทำให้หลอดเลือดขยายตัวเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้น ต่อมามีการค้นพบผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดขนหรือผมงอกขึ้นมาใหม่ จึงได้มีการพัฒนามาเป็นยาใช้ภายนอกในรูปแบบเซรั่ม โฟม หรือสเปรย์ สำหรับแก้ปัญหาผมร่วงและปลูกหนวดเคราที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำไม Minoxidil อันตรายต่อแมว 1. แมวไม่มีเอนไซม์กำจัดพิษ: ตับของแมวขาดเอนไซม์สำคัญ ที่ชื่อ Phenol UDP-glucuronosyltransferase) ซึ่งมีบทบาทย่อยสลายสารประกอบใน Minoxidil ดังนั้น เมื่อแมวสัมผัสกับ Minoxidil ร่างกายจะขับออกไม่ได้และเกิดการสะสมจนเป็นพิษเฉียบพลัน 2. ผลกระทบต่อหัวใจรุนแรง: เนื่องจากเป็นยาขยายหลอดเลือดชนิดแรง เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้ความดันโลหิตแมวร่วงลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้หัวใจต้องเต้นเร็วผิดปกติเพื่อประคองอาการ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว 3. เสี่ยงภาวะน้ำท่วมปอด: สารนี้ทำลายกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง ทำให้หัวใจฝั่งซ้ายทำงานล้มเหลว จนเกิดแรงดันตีกลับส่งของเหลวเข้าสู่ถุงลมปอด แมวจะหายใจลำบากและเสียชีวิตจากการ “จมน้ำ” ภายในปอดของตัวเอง สัญญาณเตือน เมื่อน้องแมวได้รับ minoxidil หากคุณสงสัยว่าแมวไปเลียบริเวณที่ทายา หรือสัมผัสกับปลอกหมอนที่มีคราบยา ให้รีบสังเกตอาการดังนี้ วิธีป้องกันไม่ให้แมวสัมผัส Minoxidil การป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาชีวิตสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยมีแนวทางปฏิบัติ […]
อ่านต่อทำไม แมวเดินตามตลอดเวลา? พร้อมสาเหตุ และการรับมือเหมือนรู้ใจแมว
น้องแมวส่วนใหญ่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นอิสระและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่ได้อย่างสันโดษ ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่น้อง แมวเดินตามตลอดเวลา หรือตัวติดกับเจ้าของเป็นเงาก็มีให้พบเห็นอยู่มากเช่นกัน ไม่ว่าเราจะเข้าไปในครัว หรือเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ คุณอาจเคยสงสัยว่า “ทำไมแมวของฉันถึงตามฉันไปทุกที่” เหล่านี้คือคำอธิบายสำหรับพฤติกรรมทั่วไปของน้องแมวที่คุณควรรู้ 6 สาเหตุหลักที่ทำให้ แมวเดินตามตลอดเวลา 1. น้องแมวกำลังหิว หนึ่งในเหตุผลหลักที่น้องแมวเดินตามเราไปทุกที่ก็คือ น้องกำลังอยากกินอาหาร แมวบางตัวอาจมีความอยากอาหารมากกว่าตัวอื่นๆ และอาจรู้สึกว่าต้องกินอาหารบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้แมวเดินตามไปขออาหารในทุกที่ แม้เราจะไม่บกพร่องหน้าที่ แต่แมวบางตัวเรียนรู้ได้ว่าใครคือ “สายเปย์” ที่มักจะใจอ่อนให้ขนมแมวเลียหรืออาหารพิเศษ พวกเขาจึงเดินตามคนคนนั้นเป็นประจำ 2. น้องแมวกำลังต้องการความสนใจ ความต้องการความสนใจขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เจ้าของใช้ร่วมกับแมว และจำนวนสัตว์เลี้ยงในบ้าน หากแมวรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอในระหว่างวัน การเดินตามไปทุกที่คือการบอกให้รู้ว่า “เล่นกับหนูหน่อย” หรืออยากให้คุณช่วยลูบคลำและแปรงขนให้ 3. น้องแมวกำลังเกิดความสงสัยใคร่รู้ โดยธรรมชาติแมวชอบสำรวจสิ่งรอบตัว เมื่อคุณเปิดประตูห้องหรือพื้นที่ที่แมวไม่เคยเข้าไปมาก่อน พวกเขาจะตามคุณไปทันทีเพื่อดูว่าคุณกำลังทำอะไร และสำรวจความแปลกใหม่ของบริเวณนั้นตามสัญชาตญาณนักสำรวจ 4. น้องแมวต้องการอยู่ใกล้ๆ เจ้าของ แมวบ้านมีวิวัฒนาการเรื่องความผูกพันทางอารมณ์กับมนุษย์เพื่อความอยู่รอด เจ้าของจึงเปรียบเสมือนครอบครัวและพื้นที่ปลอดภัย การที่แมวเดินตามเราไปทั่วบ้าน อาจเป็นการสื่อสารว่าพวกเขารู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ 5. น้องแมวกำลังรู้สึกไม่สบาย เมื่อเจ็บป่วย ที่พึ่งเดียวของพวกเขาคือเจ้าของ หากปกติน้องไม่ได้มีพฤติกรรมติดเจ้าของ แต่จู่ๆ แมวเดินตามตลอดเวลา […]
อ่านต่อทำไม แมวชอบนอนตากแดด ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนก็ตาม
ผู้ปกครองน้องแมวหลายท่านคงเคยเห็นลูกรักของเรา นอนเหยียดตัวอย่างสบายใจอยู่บริเวณแสงแดดที่สาดเข้ามาในบ้าน แม้ว่าพื้นที่ในบ้านจะมีมุมที่เย็นสบาย แต่ด้วยเหตุผลทางชีววิทยาของแมว จึงทำให้ แมวชอบนอนตากแดด แมวบ้านในปัจจุบันสทืบเชื้อสายมาจากแมวป่าในแอฟริกา ที่มีภูมิประเทศบางส่วนเป็นทะเลทราย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน แมวบ้านและแมวป่าก็ยังต้องพึ่งพาระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพื่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การนอนตากแดดจึงไม่ใช่แค่การงีบหลับระหว่างวัน ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการอาบแดดของแมว และวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้พวกเขาอาบแดดได้อย่างปลอดภัย 1. แรงขับเคลื่อนทางชีววิทยา: ทำไม แมวชอบนอนตากแดด เหตุผลหลักที่แมวชอบอาบแดด เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายโดยเฉลี่ยของแมวสูงกว่าของมนุษย์ โดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์จะอยู่ที่ประมาณ 36 ถึง 37 องศาเซลเซียส แต่แมวจะมีอุณหภูมิร่างกายปกติอยู่ที่ 38 ถึง 39 องศาเซลเซียส การรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับนี้ต้องใช้พลังงานจากกระบวนการเผาผลาญสูงมาก การสงวนพลังงานและกระบวนเมตาบอลิซึม สัญชาตญาณของแมวเป็นสัตว์นักล่าที่ชอบรอโอกาสตะครุบเหยื่อ ร่างกายของแมวในขณะที่ล่าเหยื่อจึงต้องการพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้พวกเขาพร้อมสำหรับการออกล่า ตามด้วยช่วงพักยาว ๆ ที่ไม่ใช่พลังงานสูง เพื่อให้พร้อมสำหรับการออกล่าครั้งต่อไป ดังนั้น แมวจึงต้องเก็บรักษาแคลอรี่ให้ได้มากที่สุด ในขณะที่แมวนอนตากแดด ร่างกายของแมวจะได้รับพลังงานความร้อนจากแสงแดด เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย เรียกว่า “passive heating” ซึ่งช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานช้าลงในระหว่างการนอนหลับ โดยที่อุณภูมิภายในร่างกายยังคงอยู่ในระดับปกติ หรือสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ว่า […]
อ่านต่อแมวเกิดความวิตกกังวล เราควรช่วยน้องอย่างไร
แมวเกิดความวิตกกังวล เป็นหนึ่งในอารมณ์เชิงลบ ที่อาจเกิดขึ้นกับแมวได้ในทุกตัว ซึ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เพราะแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของแวดล้อมรอบตัว แมวเป็นสัตว์ที่มีบุคลิกเฉพาะตัว ซึ่งบุคลิกและนิสัยของแมวแต่ละตัวเกิดขึ้นได้ทั้งลักษณะทางพันธุกรรม และประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้แมวบางตัวมีความกล้าเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ โดยไม่กลัว ปรับตัวกับคนหรือสิ่งแวดล้อมได้ไว เป็นมิตรกับคนและสัตว์อื่น ๆ หรือแมวบางตัวอาจไวต่อสิ่งกระตุ้น มีความกลัว กังวล หรือก้าวร้าว แมวส่วนใหญ่ เมื่อเติบโตมาในบ้านที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และมีการเลี้ยงดูเหมาะสม แมวจะเรียนรู้ที่จะรับมือ และปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี ในทางกลับกัน ลูกแมวที่ไม่ได้เรียนรู้การปฏิสัมพันธ์กับคน สัตว์อื่นๆ สัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวตั้งแต่เล็ก อาจแสดงพฤติกรรมเชิงลบได้ง่าย มีความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งอาจตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ไม่เป็นอันตราายต่อแมวเลยด้วยซ้ำ โดยสัญชาตญาณตามธรรมชาตินั้น แมวจะสามารถประเมินอันตรายได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ซึ่งส่วนใหญ่แมวเลือกที่จะ “หลบหนี” มากกว่าการเผชิญหน้ากับสิ่งเราโดยตรง เนื่องจาก ถ้าแมวอาศัยอยู่ในธรรมชาติ ความบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการต่อสู้ อาจส่งผลต่อการหาอาหารหรือที่พักพิง ทำให้อัตราการรอดชีวิตดลดลง แมวเกิดความวิตกกังวล เมื่อไร เหตุการร์ก่อนจะนำไปสู่ความวิตกังวล มักเกิดขึ้นเมื่อแมวกำลัง “ประเมินแล้วว่าอาจมีความอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเอง” โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย หากแมวรับรู้ว่า สถานการณ์หรือสิ่งเร้านั้นเป็นอันตราย […]
อ่านต่อฝึกแมวเดินสายจูง ได้หรือไม่ ยากหรือง่าย ไปเรียนรู้พร้อมกันค่ะ
วิธีการ ฝึกแมวเดินสายจูง และสายรัดอก ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ที่ บ้านและสวน PETS จะมาแนะนำในวันนี้ คุณและแมวของคุณก็สามารถเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันได้ คุณพ่อคุณแม่น้องแมวหลายบ้านอาจเคยรู้สึกว่า น้องแมวของเราคงไม่สามารถออกไปเดินเล่นนอกบ้านพร้อมสายจูงได้เหมือนกับสุนัข แต่ในความเป็นจริงแล้ว “แมวบางตัว” ก็ชอบออกไปเดินเล่นกลางแจ้งเช่นกัน ถ้าได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความอยากรู้อยากเห็นโลกภายนอกเหมือนกับสุนัข และการฝึกให้แมวได้มีประสบการณ์เดินเล่นนอกบ้าน จำเป็นต้องอาศัยเจ้าของที่มีความพร้อม เนื่องจากการปล่อยแมวไปเดินเล่นนอกบ้านอย่างอิสระเต็มไปด้วยความอันตราย ดังนั้น การฝึกแมวเดินสายจูงจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน สำหรับเจ้าของที่อยาก ฝึกแมวเดินสายจูง ควรเริ่มฝึกให้แมวมีประสบการณ์กับการออกไปนอกบ้านตั้งแต่อายุ 5 – 6 เดือน เพื่อลดความตื่นกลัว และเป็นการสร้างความคุ้นเคย กับสภาพแวดล้อมนอกบ้าน ก่อนจะพาแมวออกไปเดินเล่นนอกบ้าน แม้ว่าการออกไปเดินเล่นนอกบ้านจะให้ความรู้สึกเหมือนการเดินออกกำลังกาย แต่แมวบางตัวไม่ได้ชอบอยู่นอกบ้านเสมอไป แทนที่จะได้เกิดความสุขร่วมกัน กลับกลายเป็นว่า แมวรู้สึกเครียดที่ต้องออกไปข้างนอก และแมวบางตัวก็ไม่ชอบถูกพันธนาการด้วยสายรัดอกและสายจูง สิ่งสำคัญ คือ เจ้าของแมวต้องมั่นใจมาก ๆ ว่า แมวของเรารู้สึกสบายใจเมื่อได้ออกไปเดินนอกบ้านพร้อมสายจูง เมื่อมั่นใจแล้ว ให้เริ่มจากการใส่สายรัดอกให้กับแมว และสังเกตพฤติกรรมของแมวขณะที่อยู่ภายในบ้าน ถ้าในครั้งแรก ทำอย่างไรแมวก็ไม่ยอมใส่สายรัดอก ให้เริ่มจากการเอาสายรัดอกมาวางไว้กลางบ้าน หรือในบริเวณที่แมวเข้าถึงได้ง่าย โดยยังไม่ต้องพยายามใส่สายรัดอกให้แมว จากนั้น เมื่อแมวเริ่มทำความคุ้นเคยกับสายรัดอกด้วยตัวเองแล้ว […]
อ่านต่อ“เลิกแพ้ ไม่เลิกเลี้ยง” แนวคิดใหม่ของพ่อแม่สัตว์เลี้ยง
สร้างภูมิคุ้มกัน โรคภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยง ที่เพิ่มขึ้นในคนไทย ชูแนวคิด “เลิกแพ้ ไม่เลิกเลี้ยง” โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี โดยสถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช (Samitivej Allergy Institute) เปิดตัวโครงการ “One Health Services – Allergy Free for Pet Lover” เดินหน้าสร้างมิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เข้าใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “เลิกแพ้ ไม่เลิกเลี้ยง” ตอบโจทย์ปัญหา โรคภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยง ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในสังคมไทย พร้อมเริ่มให้บริการ พฤศจิกายน นี้ สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยว่า ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในธรรมชาติของการใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงที่เรารัก และเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงไม่ควรถูกขวางกั้นด้วย “อาการแพ้” ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มีความมุ่งมั่นที่จะออกแบบ “วิถีชีวิตใหม่” ให้ปลอดภัยทั้งสองชีวิต จึงได้สร้างความร่วมมือทางการแพทย์ ร่วมกับ สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช (SAI) โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร […]
อ่านต่อแมวตั้งท้อง นานเท่าไหร่ สังเกต และดูแลอย่างไร ?
แมวตั้งท้อง เป็นช่วงเวลาที่อาจน่าตื่นเต้นสำหรับหลาย ๆ บ้าน ที่ตั้งใจจะเพิ่มสมาชิกใหม่จากแมวที่้เรารัก และเป็นกระบวนการเปลี่ยนที่พวกเขาต้องการเราอยู่เคียงข้าง หลายคนที่เลี้ยงแมวตัวเมีย และได้รับผสมพันธุ์จน แมวตั้งท้อง เพื่อเตรียมให้กำเนิดลูกแมวตัวน้อยที่น่ารัก นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ที่แมวของเราเข้าสู่การเป็นคุณแม่แมว ในกระบวนการนี้ จนกว่าแมวจะคลอด แมวใช้เวลากี่เดือนในการตั้งท้อง มีวิธีการสังเกตดูแลแมวแมว อย่างไรบ้าง วันนี้หมอพามาหาคำตอบกันค่ะ แมวตั้งท้อง นานเท่าไหร่ ? แม่แมวใช้ระยะเวลาการตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63-65 วัน นั่นคือประมาณ 2 เดือน หรือ 8-9 สัปดาห์ โดยในแต่ละคอกแม่แมวสามารถมีลูกได้ตั้งแต่ 1 ตัว จนถึง 8 ตัวต่อคอก โดยเฉลี่ยประมาณ 4-6 ตัว ด้วยระยะเวลาการตั้งท้องที่ใช้เวลาแต่ละครั้งไม่นาน ดังนั้น ในหนึ่งปีแม่แมวมีโอกาสตั้งท้องได้ 3-4 ครั้ง หากไม่ได้รับการควบคุมการผสมพันธุ์ หรือทำหมัน เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าแม่แมวกำลังตั้งท้อง? การตรวจวินิจฉัยการตั้งท้องในแมว การตรวจวินิจฉัยแมวตั้งท้อง สามารถตรวจด้วยการอัลตราซาวด์ โดยทำได้ตั้งแต่อายุการตั้งท้อง 21 วัน และจะเห็นหัวใจลูกแมวได้ชัดเจนที่อายุการตั้งท้องที่ 28-30 […]
อ่านต่อการกอดแมว และสัมผัสอย่างอ่อนโยน ช่วยสร้างพันธะทางความรู้สึกได้
การกอดแมว หรือสัมผัสแมวอย่างอ่อนโยน นั่นคือ การกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความรักและผูกพันทั้งในแมวและเรา แมวอาจถูกมองว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างอินดี้ แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นผลการศึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า การกอดแมว หรือการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างแมวและมนุษย์ ช่วยปลดปล่อยสารเคมีในสมองได้ สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ คือ ฮอร์โมนออกซิโทซิน หรือที่บางท่านเรียกอย่างทั่วไปว่า ฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งเป็นสารชีวเคมีชนิดเดียวกันกับที่หลั่งออกมา เมื่อแม่ได้กอดลูก หรือเราได้กอดเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนาน ที่สำคัญ นักวิทยาศาสตร์ พบว่า ฮอร์โมนออกซิโทซิน มีบทบาทเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และแมวด้วย ออกซิโทซินมีบทบาทสำคัญในการสร้างความผูกพันทางสังคม ความไว้วางใจ และการควบคุมความเครียดในสัตว์หลายชนิด รวมถึงมนุษย์ การทดลองหนึ่งในปี 2005 แสดงให้เห็นว่า ออกซิโทซินมีผลให้ผู้ร่วมการทดลองรู้สึกไว้วางใจผู้อื่นมากขึ้นในการทดลองเล่นเกมส์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน นอกจากนี้ ออกซิโทซินยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของอารมณ์ด้วย เมื่อออกซิโทนซินหลั่งออกมาจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกสงบในมนุษย์และสัตว์ เนื่องจากออกซิโทซินมีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความเครียด นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่า เมื่อสุนัขและเจ้าของแสดงปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน และส่งผลต่อเนื่องให้เกิดพฤติกรรมความผูกพันทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนชนิดนี้มากนักในการศึกษาเกี่ยวกับแมว แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสดงความรักได้อย่างละเอียดอ่อน แต่เจ้าของแมวส่วนใหญ่ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความผูกพันของแมวในแง่ที่ไม่แตกต่างจากเจ้าของสุนัข และงานวิจัยต่าง ๆ ก็สนับสนุนข้อมูลนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การศึกษาวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ในปี 2021 รายงานว่า เมื่อเจ้าของแมวใช้มือลูบคลำไปตามลำตัวของแมวเป็นเวลา ๆ […]
อ่านต่อแมวบริจาคเลือด ได้หรือไม่
หลายคนอาจไม่ทราบว่า แมวบริจาคเลือด ได้เช่นเดียวกับในคน การบริจาคเลือดในแมว มีจุดประสงค์เพื่อนำเลือดไปช่วยชีวิตแมวที่มีภาวะวิกฤตจากโรคต่าง ๆ จนนำไปสู่ภาวะโลหิตจางรุนแรง เช่น โรคโลหิตจางจากติดเชื้อต่าง ๆใ นแมว การเสียเลือดมากจากอุบัติเหตุ โรคไตวายเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ้อนโลหิตจาง การได้รับสารพิษสารเคมีที่มีทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบเลือด เป็นต้น จากความเจ็บป่วยเหล่านี้ การถ่ายเลือดจะช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในการกระบวนการรักษาของสัตวแพทย์ ที่จะช่วยให้แมวมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น แมวบริจาคเลือด มีคุณสมบัติ อย่างไรบ้าง? การตรวจหมู่เลือด และการตรวจความเข้ากันได้ของเลือด ก่อน แมวบริจาคเลือด หมู่เลือดในแมวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 หมู่คือ เอ (A) , บี (B) และเอบี (AB) ขั้นตอนการ บริจาคเลือดแมว ก่อนการบริจาคเลือด แมวทุกตัวจะต้องตรวจหมู่เลือดของแมวผู้บริจาคเลือดและแมวผู้รับบริจาคเลือด เพื่อให้เลือดในหมู่เลือดที่ตรงกันทั้งแมวผู้ให้และผู้รับ และต้องมีการตรวจความเข้ากันได้ของเลือดด้วยทำการ cross-matching ทุกครั้งก่อนบริจาคเลือด เนื่องจาก ถ้าแมวรับเลือดที่ไม่สามารถเข้ากันได้อาจเกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันรุนแรง (acute hemolytic transfusion reaction) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น ก่อนการถ่ายเลือดทุกครั้ง สัตวแพทย์ต้องตรวจหมู่เลือดและทำ cross-matching […]
อ่านต่อหนังสือ สัตว์เลี้ยง และเวลเนส กลายเป็นการลงทุนทางใจ
ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่คือการใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ เมื่อหนังสือ สัตว์เลี้ยง และเวลเนส กลายเป็นการลงทุนทางใจ ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าปริมาณ การใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ (Emotional Spending) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองในปี 2568 โดยเฉพาะใน 3 หมวดฮีลใจ ได้แก่ หนังสือ สัตว์เลี้ยง และกีฬา-เวลเนส ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของคนไทยในการดูแลจิตใจ สร้างพื้นที่ส่วนตัว และลงทุนกับสุขภาวะอย่างยั่งยืน สถิติชี้ชัด “Book-Lover” อ่านเฉลี่ยเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน “Pet Parent” พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว และ “Sports Wellness” กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเพียงสิ่งจำเป็น แต่คือการมองหาความสุขเล็ก ๆ ที่เติมเต็มใจได้ทุกวัน หนังสือ: อ่านเพื่อเติมใจ พื้นที่สงบในโลกที่วุ่นวาย แม้โลกดิจิทัลจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้นและรวดเร็ว เช่น TikTok หรือ Reels เข้ามามีบทบาท แต่การอ่านยังคงเป็นกิจกรรมที่คนไทยเลือกใช้เพื่อเยียวยาใจ เป็น “พื้นที่สงบใจ” ของคนยุคใหม่ ข้อมูลจากสมาคม ผู้จัดพิมพ์ฯ […]
อ่านต่อการตรวจปัสสาวะแมว บ่งบอกเรื่องสุขภาพได้
หลายคนอาจไม่ทราบว่า การตรวจปัสสาวะแมว ทำได้เหมือนในคน และถือเป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในแมวที่สุขภาพดีหรือแมวที่มีปัญหามีอาการป่วยต่าง ๆ การตรวจปัสสาวะแมว ช่วยให้สัตวแพทย์ประเมินสุขภาพในระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ เช่น การทำงานของไต ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบเมตาบอลิซึมได้อย่างละเอียดมากขึ้น รวมถึงระบบเลือดด้วย วันนี้มาดูกันว่า ความสำคัญของการตรวจปัสสาวะในแมวสามารถช่วยประเมิณเรื่องสุขภาพ ได้อย่างไรบ้าง 1. การตรวจปัสสาวะแมว เพื่อประเมิณความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ โรคระบบทางเดินปัสสาวะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในแมว ทั้งสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ การมีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ การพบตะกอน หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น การตรวจปัสสาวะจะเป็นส่วนสำคัญในการวินิจฉัยตรวจแยกแยะเพื่อหาสาเหตุ การตรวจเพาะเชื้อแบคทีเรียจากน้ำปัสสาวะ เพื่อตรวจว่า มีการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุหรือไม่ การตรวจดูลักษณะทางกายภาพและการวิเคราะห์ทางเคมี การตรวจพบเม็ดเลือดขาว (Leukocyturia) หรือแบคทีเรียในปัสสาวะปริมาณมาก อาจบ่งถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ (Urinary Tract Infection, UTI) การตรวจพบเม็ดเลือดแดง การพบตะกอนคริสตัล (Crystalluria) ในปริมาณมาก อาจบ่งบอกการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้ 2. การประเมินการทำงานของไต (Renal Function) การตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำปัสสาวะ (Urine Specific Gravity ; USG) […]
อ่านต่อแมวทองแดง ภาวะอัณฑะทองแดงในแมว คืออะไร
แมวทองแดง หรือ ภาวะอัณฑะทองแดงในแมว (Cryptorchidism) คือ ความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือการพัฒนาของระบบสืบพันธุ์ของแมวตัวผู้ แมวตัวผู้ที่มีเป็น แมวทองแดง จะแสดงความผิดปกติที่ลูกอัณฑะไม่สามารถเจริญเคลื่อนตัวจากช่องท้องเข้าสู่ถุงอัณฑะได้ตามปกติ ซึ่งอาจจะเป็นข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างเลยได้ โดยตำแหน่งของลูกอัณฑะที่ไม่ลงอยู่ในถุงอัณฑะ มักจะอยู่ไปที่บริเวณขาหนีบหรืออยู่ในช่องท้องของแมว ความผิดปกตินี้จะมีผลต่อความสามารถในการสืบพันธุ์ของแมว และลูกอัณฑะที่อยู่ผิดตำแหน่ง หากปล่อยไว้ในอนาคตอาจความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งอัณฑะ และการอักเสบตามมาได้ สาเหตุของการเกิดภาวะ แมวทองแดง ภาวะอัณฑะทองแดงสามารถเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของระบบสืบพันธุ์ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม และพบว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับแมวทุกสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแมวมองแดง เช่น เปอร์เซีย หิมาลายัน และแรกดอลล์ เป็นต้น เนื่องจากเป็นภาวะที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดนี้ถึงถ่ายทอดต่อยังไปยังรุ่นลูกได้ และยังพบว่า การเกิดภาวะอัณฑะทองแดง ยังเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน และความผิดปกติในกระบวนการพัมนาระบบสืบพันธุ์ของแมวตัวผู้ช่วงหลังคลอด การสังเกตว่าแมวตัวไหนเป็น แมวทองแดง ในแมวที่สมบูรณ์ปกติ ลูกอัณฑะจะเคลื่อนตัวลงมาในตำแหน่งถุงอัณฑะเมื่ออายุได้ประมาณ 2 – 6 เดือน แต่ถ้สอายุหลัง 1 ปี ยังไม่พบว่า อัณฑธเคลื่อนตัวลงมา แสดงว่า แมวตัวนั้นมีภาวะอัณฑะทองแดง ซึ่งแมวที่มีภาวะความผิดปกตินี้จะมีอัตราความสำเร็จในการผสมพันธุ์ค่อนข้างต่ำ การตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ […]
อ่านต่อโรคเบาจืดในแมว มีอาการอย่างไร และป้องกัน ได้อย่างไร
โรคเบาจืดในแมว แม้จะพบไม่บ่อย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเกิดปัญหารุนแรงตามมาได้ โรคเบาจืดในแมว (Diabetes Insipidus; DI) เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เป็นภาวะที่ร่างกายของแมวขับน้ำออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ส่งผลให้แมวกินน้ำเยอะกว่าปกติ (Polydipsia) และปัสสาวะมากขึ้น (Polyuria) โรคนี้เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน (antidiuretic hormone, ADH) หรืออาจจะเกิดจากการตอบสนองอย่างผิดปกติของไต ซึ่งเป็นอวัยวะทีเกี่ยวข้องกับการดูดกลับน้ำและของเหลวในร่างกาย ทำให่ร่างกายของแมวเสียสมดุลน้ำในร่างกาย สาเหตุการเกิด โรคเบาจืดในแมว โรคเบาจืดแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ 1. Central Diabetes Insipidus (CDI) เกิดจากการขาดหรือสร้าง ADH ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีปัญหาที่สมองส่วนไฮโปธาลามัส (hypothalamus) ที่เป็นแหล่งสร้าง และส่งต่อไปเก็บยังต่อมใต้สมอง pituitary gland เช่น ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง การอักเสบของสมอง การได้รับบาดเจ็บ หรือมีการติดเชื้อ เป็นต้น 2. Nephrogenic Diabetes Insipidus (NDI) เกิดจากความผิดปกติที่ไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ADH […]
อ่านต่อ