ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท จากคนที่เคยผิดพลาดเรื่องการใช้ชีวิต สู่เจ้าของแบรนด์อาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยง ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน
ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท หรือท๊อป-ภานุพงศ์ จงจิตร เป็นเจ้าของร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากคลิปวิดีโอระหว่างการทำงานกับน้องหมาน้องหมาน้องแมว ที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้คน จนได้รับความนิยม ทำให้ปัจจุบันเฟซบุ๊กของเขามีผู้ติดตามกว่าล้านคน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 เด็กหนุ่มชาวนครศรีธรรมราชได้เดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครฯ และด้วยข้อจำกัดเรื่องการเงิน เขาต้องทำงานเสริมเพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายให้เพียงพอสำหรับชีวิตในเมืองหลวง
“เริ่มต้นชีวิตในกรุงเทพฯ ผมได้เข้าทำงานบริการในร้านอาหาร แต่รู้สึกว่าจะไม่เหมาะกับตัวตนของเรา จึงอยากเปลี่ยนงานใหม่” ช่างท๊อปเล่าเกี่ยวกับชีวิตตัวเองในช่วงที่ต้องทำงานและเรียนไปด้วย และเสริมว่า “ผมจึงลองเดินหางานใหม่ที่เหมาะกับเรามากกว่า และได้เห็นป้ายประกาศรับสมัครคนอาบน้ำสุนัข ของร้านอาบน้ำตัดแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า”
หลังจากโทรศัพท์ไปตามข้อมูลที่ให้ไว้บนป้ายประกาศ และจบบทสนทนา ทางร้านให้ช่างท๊อปเริ่มงานได้ทันที ในขณะที่ตอนนั้น เขาไม่มีประสบการณ์การทำงานบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเลย และนี่คือจุดเริ่มต้นชีวิตบนเส้นทางการให้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

“วันแรกที่เริ่มงานผมสอบถามทางร้านว่า ‘อาบน้ำน้องหมาเสร็จแล้ว จะเอาน้องไปตากแดดทีไหนครับ’ ” ช่างท๊อปเล่าถึงความไม่มีประสบการณ์ในตอนนั้น เพราะว่า ที่ต่างจังหวัด ช่างท๊อปเคยอาบน้ำให้สุนัข และนำน้องไปเช็ดตัวตากแดดเพื่อให้ขนแห้ง
ช่วงแรก เขาบรรยายายถึงความรู้สึกท้อใจต่อการทำงานในร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงว่า เขาอาจจะไม่สามารถทนทำงานนี้ได้ตลอดแน่นอน เพราะไม่คุ้นชินกับกลิ่น และขนของสุนัขที่ปลิวฟุ้งไปทั่วร้าน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ทำงานที่ร้านอาบน้ำตัดขนแห่งนี้ได้ครบหนึ่งปี และจุดนั้น เขาค้นพบตัวเองว่า ตัวเองมีความชอบในสิ่งที่กำลังทำอยู่ จึงตัดสินใจหยุดเรียน และหันมาตั้งใจศึกษาการอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง
“ครูคนแรกที่สอนผมคือ เจ้าของร้านที่ผมทำงานอยู่ครับ… ด้วยในขณะนั้น ผมไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงพอที่จะไปจ่ายค่าคอร์สเรียนตัดขนสุนัข ผมจึงให้เจ้าของร้านคิดค่าเรียนด้วยการหักเงินค่าจ้างของผมไป” ช่างท๊อปเล่าถึงที่มาที่ไปของการเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว
หลังจากเรียนรู้จนเกิดความชำนาญ บวกกับประสบการณ์ที่ทำงานในร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงมาตลอด 3 ปี ช่างท๊อปตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อไปเริ่มต้นธุรกิจร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเอง

แต่ดูเหมือนชีวิตสายธุรกิจส่วนตัวของช่างท๊อปไม่ได้ง่าย “ปี 2007 เป็นปีแรกที่ผมกลับมาทำร้านของตัวเอง แต่ชีวิตตอนผมยอมรับเลยว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผม ทำลายธุรกิจของผมเอง เงินทุนที่หามาได้ไปลงกับเพื่อนฝูง สิ่งมึนเมา และอบายมุข” ช่างท๊อปเล่าถึงชีวิตที่เคยประมาทกับตัวเองในช่วงนั้น
“ผ่านไป 10 ปี จนกระทั่งปี 2017 ธุรกิจของผมเจ๊งครับ เงินทุนสำหรับการบริหารธุรกิจไม่เหลือเลย เพราะเรานำไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ” นี่คือจุดเปลี่ยนที่คนๆ หนึ่ง อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ระหว่างนั้นที่ไม่ได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง เขาตระเวนทำงานตามร้านต่างๆ ที่ให้บริการด้านสัตว์เลี้ยงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งใจกับเรื่องวินัยการใช้ชีวิตของตัวเอง และเปลี่ยนแปลงเป็นช่างท็อปในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม โดยการเลิกพฤติกรรมที่ทำลายความมั่นคงทางการเงิน และตั้งใจเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จนสามารถเปิดร้านใหม่ได้อีกครั้งในปี 2019
ช่วงนี้เอง ช่างท๊อปเริ่มใช้สื่อออนไลน์มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำธุรกิจ “หลังจากกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง มีลูกค้านำสัตว์เลี้ยงมาใช้บริการที่ร้าน และบอกว่า ‘น้องดุกับคนแปลกหน้านะคะ’ แต่หลังจากผมใช้เวลากับน้อง ผมก็ได้เห็นนิสัยอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้ยินจากเจ้าของ ผมจึงอัดคลิปวิดีโอส่งให้เจ้าของดู” ซึ่งเจ้าของเองก็ไม่เคยเห็นสัตว์เลี้ยงตัวเองในมุมนี้มาก่อนเช่นกัน

ช่างท๊อปเล่าว่า “บุคลิกส่วนตัวของผม เป็นคนที่มีอารมณ์ขันเป็นปกติอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ ผมก็พูดคุยกับน้องหมาน้องแมวที่พบเจอในชีวิตประจำวันเป็นปกติ”
ด้วยความชำนาญ เป็นตัวเองอย่างชัดเจน และการนำเสนออย่างจริงใจ จึงกลายเป็นจุดเด่นของการให้บริการที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้า และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการทำธุรกิจ
“คลิปที่กลายเป็นกระแส ก็เริ่มจากการให้บริการของลูกค้าในรูปแบบนี้ ผมอัดคลิปไว้ในช่วงที่กำลังนั่งพัก พักเพื่อให้ทั้งสัตว์เลี้ยงและผมได้ลดความเครียด จึงดูเหมือนว่าผมกำลังสนทนากับน้องหมาน้องแมวอย่างเข้าใจกัน” ช่างท๊อปกล่าว

หลังจากนั้น ลูกค้าเริ่มรู้จักเรามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านคลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแส จึงมีลูกค้าติดต่อสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ สัตว์เลี้ยงที่มีนิสัยดุร้าย ก้าวร้าว และไม่สามารถไปใช้บริการร้านอื่นได้
“ลูกค้าหลายรายที่เข้ามาใช้บริการกับเรา เพราะว่า ร้านอื่นไม่รับอาบน้ำตัดขนให้น้อง เพราะกลัวว่าน้องดุ แล้วจะทำร้ายพนักงาน” ช่างท๊อปเล่าและเสริมว่า “นอกจานี้ น้องบางตัวยังมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นขนและผิวหนัง”
จากประสบการณ์และการทำงานสัตว์เลี้ยงมาหลากหลาย ทำให้ช่างท๊อปคาดเดานิสัยของสัตว์เลี้ยงได้ และถึงแม้ว่าจะมีประสบการณ์มากมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าช่างหนึ่งคนจะสามารถให้บริการสัตว์เลี้ยงได้ทุกตัว “บางตัวที่เราประเมินแล้วว่า เราให้บริการไม่ได้จริงๆ เราก็จะบอกลูกค้าตรงๆ” ช่างท๊อปกล่าว

ดังนั้น การเข้ารับบริการที่ร้านจึงต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น เพราะช่างท๊อปสามารถให้บริการได้อย่างจำกัดประมาณวันละ 5 – 10 ราย เนื่องจากที่ร้านไม่ได้จ้างพนักงานผู้ช่วย ถึงแม้ก่อนหน้านี้เคยมีพนักงานผู้ช่วย แต่ลูกค้าก็อยากมาใช้บริการกับช่างท๊อป
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของการให้บริการของช่างท๊อป คือการสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงราวกับคุยภาษาเดียวกัน “ผมคิดว่า ผู้ที่คลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงจะมีนิสัยร่วมกันอย่างหนึ่ง คือเข้าใจความต้องการของสัตว์เลี้ยงของตัวเอง”
ช่างท๊อปเล่าว่า “ที่เห็นในคลิปว่า ผมพูดกำลังพูดคุยกับน้องหมาน้องแมวอย่างเข้าใจ ส่วนตัวผมก็เชื่อว่าน้องหมาน้องแมวเข้าใจเรานะ ถ้าเราสื่อสารกับพวกเขาด้วยความเข้าใจ เราก็จะทำงานกับพวกเขาง่ายขึ้น”

ประสบการณ์ส่วนตัวของช่างท๊อป และความเข้าใจลูกค้า ทำให้การนำเสนอคลิปอาบน้ำตัดขนสุนัขและแมว ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ผู้ชมบนสื่อออนไลน์ยังได้เห็นชีวิตในมุมอื่นๆ ของเขาด้วย
“ผมชอบซื้ออาหารไปแจกสัตว์จรจัดแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ ในช่วงที่เราไม่ได้รับลูกค้า ก็มักจะพาครอบครัวไปพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ ในนครศรีธรรมราช” ช่างท๊อปเล่าถึงกิจกรรมหลังเลิกงาน
และเสริมว่า “ส่วนความลกขบขันี่เกิดขึ้นในคบลิปวิดีโอ ก็เป็นนิสัยของผมจริงๆ เรื่องราวที่นำเสนอออกไปจึงเป็นเหตุการณ์จริงี่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เราจึงสามารถแสดงออกได้ทุกวัน”

ในแง่ของการทำธุรกิจสัตว์เลี้ยง ที่มีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นมากมายอย่างทุกวันนี้ ช่างท๊อปเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ดีในเรื่องการสร้างเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำของลูกค้า และสามารถครองใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง
“พ่อแม่สัตว์เลี้ยงทุกคน รวมถึงตัวผมด้วย ต่างก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยงของตัวเอง ดังนั้น ผมจึงอยากให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุขที่มาใช้บริการกับเรา ด้วยบริการที่ประทับใจ” ช่างท๊อปกล่าว
ทุกวันนี้ นอกจากจะเปิดร้านตามปกติแล้ว ช่างท๊อปยังเดินทางไปสอนการอาบน้ำแมวตามบ้านของลูกค้า หรือได้รับเชิยไปสอนการอาบน้ำตัดขนสุนัขในร้านอื่นๆ ซึ่งช่างท๊อปกล่าวว่า “ในระหว่างที่ผมได้ไปแนะนำวิธีการกับร้านอื่นๆ ผมก็ได้ความรู้ที่ผมไม่เคยรู้กลับมาปรับใช้กับร้านของตัวเองด้วย เพราะช่างหนึ่งคนไม่ได้เก่งไปทุกเรื่อง”

ด้วยความชอบ บวกกับลักษณะนิสัยของตัวเอง เนื้อหาคอนเทนต์ของช่างท๊อปจึงสามารถสร้างความโดดเด่นในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี และความร่วมมือกับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่างท๊อปไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง แต่ถือว่าเป็นการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งหมดจึงส่งให้ธุรกิจของช่างท๊อปมีความชัดเจน และมีผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องในยุคที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสัตว์เลี้ยงค่อนข้างสูง
“ถ้าเราหาจุดเด่นของตัวเองเจอ โดยที่เราไม่ต้องสร้างภาพ เราก็จะสามารถทำสิ่งนั้นได้ทุกวัน และคนอื่นก็จะเชื่อในธุรกิจของเรา ดีกว่าการพยายามฝืนตัวตนของตัวเอง” ช่างท๊อปกล่าวปิดท้าย

สัมภาษณ์และเรียบเรียง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย บ้านช่างท๊อป ด็อกอาร์ท
ติดตามช่างท๊อปไดที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ บ้านช่างท๊อป ด็อกอาร์ท
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
งานวิจัยเผย การเลี้ยงหมา ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีขึ้น
บทบาท ทาสแมว มือใหม่ ของบอลและยอด
